บริการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง

 

ให้บริการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงแก้ไขกับกรมพัฒนาธุรกิจฯ

จดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงบริษัทจำกัด

  • จดทะเบียนเพิ่มทุนการเพิ่มทุนของบริษัท จะกระทําได้โดยการออกหุ้นใหม่โดยมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยหุ้นใหม่ในมูลค้าหุ้นที่จดทะเบียนไว้เดิมและต้องเสนอให้แก่ผู้ถือหุ้นทั้งหลายตามสัดส่วนจํานวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นนั้นๆ ถือหุ้นอยู่ โดยทําเป็นหนังสือแจ้งไปยังผู้ถือหุ้นทุกคน ระบุจํานวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นมีสิทธิจะซื้อได้ และกําหนดวันที่จะต้องแจ้ง หากพ้นวันดังกล่าวแล้วยังไม่ตอบรับการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนจะถือว่าผู้ถือหุ้นไม่ซื้อหรือผู้ถือหุ้นปฏิเสธไม่ซื้อหุ้นที่เพิ่มทุน ให้ขายหุ้นนั้นแก่ผู้ถือหุ้นคนอื่น หรือกรรมการรับซื้อไว้เองก็ได้โดยหุ้นที่ออกใหม่จะขายให้แก่บุคคลภายนอกไม่ได้และถ้าหุ้นที่ออกใหม่ชําระด้วยสิ่งอื่นนอกจากตัวเงินต้องมีมติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยต้องระบุรายละเอียดของสิ่งที่นํามาชําระค่าหุ้นให้ชัดเจน
  • จดทะเบียนลดทุนบริษัทจะลดทุนของบริษัทลงด้วยการลดมูลค้าหุ้นแต่ละหุ้นให้ต่ำลง แต่ต้องคงเหลือไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 5 บาท หรือลดจํานวนหุ้นให้น้อยลงก็ได้ โดยอาศัยมติพิเศษของที่ประชุม ผู้ถือหุ้น ทั้งนี้จะลดทุนของบริษัทให้เหลือต่ำกว่าจํานวนหนึ่งในสี่ของทุนทั้งหมดไม่ได้
  • จดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนชื่อบริษัทและตราสําคัญ กรณีที่บริษัทประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท บริษัทจะต้องดําเนินการแก้ไขชื่อบริษัท โดยจัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อมีมติพิเศษให้แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 1. (ชื่อ) แล้วยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียน
  • การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสํานักงานของบริษัทจํากัด

การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสํานักงานของบริษัทจํากัดมีหลายกรณี ได้แก้ การแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสํานักงานแห่งใหญ่ การแก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสํานักงานสาขา โดยแบ่งได้ 2 ประเภท คือ

1. แก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสํานักงานแห่งใหญ่โดยที่ตั้งแห่งใหม่อยู่ในจังหวัดเดียวกัน

2. แก้ไขเพิ่มเติมที่ตั้งสํานักงานแห่งใหญ่โดยที่ตั้งแห่งใหม่ย้ายไปตั้งอยู่จังหวัดอื่น

  • การจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงจำนวนและอำนาจกรรมการ  ในกรณีที่กรรมการของบริษัทต้องการออกจากตําแหน่งและบริษัทได้แต่งตั้งกรรมการใหม่แทน พร้อมทั้งประสงค์จะแก้ไขอํานาจ กรรมการผูู้มีอํานาจลงนามกระทําการแทนบริษัทนั้น บริษัทจะต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นหรือประชุมคณะกรรมการของบริษัท เพื่อมีมติให้กรรมการออกจากตําแหน่งและแต่งตั้งกรรมการใหม่แทนคนที่ลาออกพร้อมทั้งมีมติให้แก้ไขอํานาจกรรมการให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงกรรมการด้วย โดยต้องให้กรรมการผู้มีอํานาจตามที่จดทะเบียนไว้เดิม เป็นผู้ยื่นขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียน การยื่นจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงภายใน 14 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ
  • การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมดวงตราสําคัญของบริษัทจํากัด กรณีที่ดวงตราสําคัญของบริษัทสูญหายหรือชํารุดหรือมีความประสงค์จะเปลี่ยนแบบตราสําคัญเสียใหม่บริษัทจะต้องยื่นจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงดวงตราด้วย

สําหรับกรณีที่ดวงตราสําคัญสูญหาย ให้ระบุ คําว่า “ตราหาย” แทนที่การประทับตราในแบบคําขอจดทะเบียนและหนังสือมอบอํานาจ และกรณีที่ตราชํารุดไม่สามารถประทับได้ก็ให้ระบุ ไว้ว่า “ตราชํารุด” ผู้ที่มีหน้าที่ยื่นจดทะเบียนขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงดวงตราสําคัญ คือ กรรมการผู้มีอํานาจตามที่จดทะเบียนไว้เป็นผู้ขอจดทะเบียน

  • การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ เมื่อบริษัทได้จดทะเบียนจัดตั้งแล้ว ต่อมาบริษัทต้องการประกอบกิจการค้าเพิ่มเติมจากวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้ หรือต้องการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ที่ประกอบกิจการบางอย่าง บริษัทจะ ต้องดําเนินการแก้ไขวัตถุประสงค์ โดยจัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อมีมติพิเศษให้แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 3. (วัตถุที่ประสงค์) แล้วยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียน
  • การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัทจํากัด การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัทนั้น จะทําได้โดยอาศัยมติพิเศษของผู้ถือหุ้นให้แก้ไขข้อบังคับ ซึ่งจะแก้ไขเป็นข้อๆ ไปหรือยกเลิก ข้อบังคับเดิมทั้งหมดแล้วกําหนดข้อบังคับขึ้นมาใหม่ก็ได้
  • การจดทะเบียนแก้ไขมูลค่าหุ้น ต้องมีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติพิเศษ ในการลงมติให้แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ํากว่าสามในสี่ของจํานวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
  • การจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ถือหุ้น กรรมการต้องดำเนินการแก้ไขรายการในสมุดทะเบียนหุ้นของบริษัทแล้ว และยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยยื่นสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ฉบับใหม่พร้อมหนังสือนำส่งบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นมาแจ้งยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • การจดทะเบียนควบบริษัทจำกัด การควบบริษัทจํากัด คือการที่บริษัทจํากัดตั้งแต่ 2 บริษัท ขึ้นไปมารวมกันเป็นบริษัทเพียงบริษัทเดียวเพื่อลดการแข่งขันทางการค้า ขยายกิจการค้า ลดค่าใช้จ่ายในการดําเนินงาน โดยบริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่อันเกิดจากการควบจะใช้ชื่อบริษัทเดิมที่ควบเข้ากัน หรือจะตั้งชื่อใหม่ก็ได้ บริษัทจํากัด เมื่อควบเข้ากันแล้วจะมีผลทําให้บริษัทเดิมแต่ละบริษัทสิ้นสภาพไป เกิดบริษัทใหม่ขึ้นมาแทนสิทธิ หน้าที่และความรับผิดที่บริษัทเดิมมีอยู่ บริษัทใหม่ก็ต้องรับโอนมาทั้งหมด ผู้ถือหุ้นของบริษัทเดิมที่ควบเข้ากันก็จะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทใหม่ ทุนของบริษัทเดิมก็รวมกันเป็นทุนของบริษัทใหม่
  • การจดทะเบียนเลิกกิจการ

  1. บริษัทจะเลิกกันได้ด้วยเหตุเลิกโดยผลของกฎหมายกรณีข้อบังคับกําหนดเหตุเลิกไว้และเมื่อมีเหตุนั้นเกิดขึ้น หรือ ตั้งบริษัทโดยกําหนดระยะเวลาไว้และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลานั้น หรือ ตั้งบริษัทเพื่อทํากิจการอย่างหนึ่งอย่างใด และเมื่อทํากิจการนั้นเสร็จแล้ว หรือ บริษัทล้มละลาย
  2. โดยความประสงค์ของผู้ถือหุ้นในกรณีที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติพิเศษให้ลงมติพิเศษให้เลิกบริษัทด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจํานวนหุ้นที่เข้าประชุม
  3. เลิกโดยคําสั่งศาล เหตุที่ศาลจะสั่งเลิกบริษัท ได้แก่ ทําผิดในการยื่นรายงานประชุมตั้งบริษัท หรือทําผิดในการประชุมตั้งบริษัท หรือบริษัทไม่เริ่มประกอบการภายใน 1 ปีนับแต่จดทะเบียน คําขอจดทะเบียนเลิก และอํานาจของผู้ชําระบัญชีของบริษัท จะต้องลงลายมือชื่อโดยผู้ชําระบัญชี ซึ่งได้แก่กรรมการที่ลงชื่อผูกพันบริษัทตามที่จดทะเบียนไว้ก่อนเลิก
  • การจดทะเบียนตั้ง/เปลี่ยนแปลงตัวผู้ชําระบัญชี

เมื่อบริษัทได้เลิกกันแล้ว และได้ตั้งผู้ชําระบัญชีเพื่อชําระสะสางทรัพย์สินหนี้สินของบริษัท ต่อมาต้องการตั้ง/เปลี่ยนตัวผู้ชําระบัญชีและแก้ไขอํานาจผู้ชําระบัญชีใหม่ จะต้องให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติตั้ง หรือเปลี่ยนตัวผู้ชําระบัญชีหรือกําหนดอํานาจผู้ชําระบัญชีใหม่ หรือ ศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งให้เปลี่ยนตัวผู้ชําระบัญชีและอํานาจผู้ชําระบัญชี แล้วนํามติที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือคําพิพากษาหรือคําสั่งศาล ไปยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียน โดยให้ผู้ชําระบัญชีที่ได้จดทะเบียนไว้เดิมเป็นผู้ขอจดทะเบียนภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ประชุมมีมติ หรือวันที่ศาลมีคําพิพากษา หรือคําสั่งสําหรับการแก้ไขที่ตั้ง สํานักงานผู้ชําระบัญชีนั้น

จดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงห้างหุ้นส่วนจำกัด

 -  จดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์

 -  จดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงาน

-   จดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อ/ดวงตรา

-  จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมตราให้มีมากกว่า 1 ดวง

-  จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมผู้เป็นหุ้นส่วน

   (ลดทุน-เพิ่มทุน/เปลี่ยนจำพวก/ข้อจำกัดอำนาจหุ้นส่วนผู้จัดการ)

-  จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมผู้เป็นหุ้นส่วน (เข้า-ออก)

    และหุ้นส่วนผู้จัดการ (กรณีผู้จัดการเดิมถึงแก่กรรม)

-   แปรสภาพห้างหุ้นส่วนเป็นบริษัทจำกัด

-   เลิกห้างหุ้นส่วน

-   แก้ไขเปลี่ยนแปลงตัวผู้ชำระบัญชี

-   เสร็จการชำระบัญชี

-   รายการอื่นๆ ที่เห็นสมควรให้ประชาชนทราบ

ให้บริการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงแก้ไขกับสรรพากร

-  สาระสาคัญที่ได้จดทะเบียน เช่น ชื่อผู้ประกอบการ ชื่อสถานประกอบการ ที่ตั้งสถานประกอบการ ประเภทกิจการ ประเภทสินค้าหรือบริการที่กระทำเป็นส่วนใหญ่

-  เปิดสถานประกอบการเพิ่มเติม

-  ปิดสถานประกอบการบางแห่ง

-  ย้ายสถานประกอบการ

-  หยุดกิจการชั่วคราวเกิน 30 วัน

-  โอนกิจการบางส่วนหรือทั้งหมด

-  นิติบุคคลควบเข้ากัน

-  เลิกประกอบกิจการ

-  ผู้จดบุคคลธรรมดาถึงแก่ความตาย

-  เปลี่ยนประเภทการประกอบกิจการ ฯลฯ

ขอบเขตการให้บริการ

  • จัดเตรียมเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียน
  • ยื่นขอจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ/หรือสรรพากร