บริการขอรับการส่งเสริมการลงทุน

 

บริการขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

กรีนโปร เคเอสพี ให้บริการด้านการขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) แก่ผู้ประกอบการที่ต้องการขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เรามีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการดำเนินการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI และบริการหลังได้รับการส่งเสริมจาก BOI อย่างครบวงจรเพื่อให้ผู้ประกอบการ ได้รับสิทธิประโยชน์ได้อย่างสูงสุดตามเงื่อนไขของ BOI ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาศักยภาพ และสร้างความเข้มแข็งของธุรกิจให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน

ขอบเขตการให้บริการด้านการขอรับการส่งเสริมการลงทุน

  • ให้คำปรึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับประเภทธุรกิจ เงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง และสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ
  • จัดทำคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน และยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน
  • ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ BOI จนกว่าจะได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน
  • บริการอื่น ๆ หลังจากที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนแล้ว เช่น

-  การขออนุญาตเปิดดำเนินการ

-  การแก้ไขโครงการ

-  การนำเข้าวัตถุดิบและเครื่องจักร

-   การรายงานผลการดำเนินงานต่อ BOI

-   การขออนุญาตนำคนต่างด้าวซึ่งเป็นช่างฝีมือฯ เข้ามาปฏิบัติงานในกิจการที่ได้รับการส่งเสริม

 

บัญชีประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมการลงทุนทั่วไป

แหล่งที่มา : www.boi.co.th

 

สิทธิประโยชน์จากการขอรับการส่งเสริมการลงทุน

สิทธิประโยชน์ด้านภาษีสิทธิประโยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับภาษี
  • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 13 ปี (ขึ้นกับประเภทกิจการและเงื่อนไข)
  • ลดหย่อนภาษีเงินได้ 50% อีก 5 ปี (เฉพาะเขตส่งเสริมการลงทุน)
  • ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร
  • ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบผลิตเพื่อการส่งออก
  • ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนา

 

  • อนุญาตต่างชาติถือหุ้น 100% (ยกเว้นกิจการตามบัญชีหนึ่งท้ายพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือที่มีกฎหมายอื่นกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ)
  • อนุญาตให้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน
  • อนุญาตให้ช่างฝีมือ/ผู้ชำนาญการเข้ามาทำงาน

 

หลักเกณฑ์การอนุมัติโครงการ

  1. ต้องมีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของรายได้ ยกเว้นกิจการเกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตรกิจการอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน และกิจการตัดโลหะ ต้องมีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของรายได้
  2. ต้องมีกรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัย
  3. ต้องใช้เครื่องจักรใหม่ หากเป็นกรณีใช้เครื่องจักรใช้แล้วจากต่างประเทศ ซึ่งจะมีการแบ่งหลักเกณฑ์การพิจารณา
  1. โครงการที่มีเงินลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ต้องดำเนินการให้ได้รับใบรับรองระบบคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9000 หรือ ISO 14000 หรือมาตรฐานสากลอื่นที่เทียบเท่าภายใน2ปี นับแต่วันครบเปิดดำเนินการ หากไม่สามารถดำเนินการได้ จะถูกเพิกถอนสิทธิและประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 1 ปี
  2. ต้องมีแนวทางและมาตรการในการป้องกันและลดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพ สำหรับโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการจะพิจารณาเป็นพิเศษในเรื่องสถานที่ตั้งและวิธีจัดการมลพิษ
  3. ต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำของแต่ละโครงการไม่น้อยกว่า1ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) เว้นแต่กรณีที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะในบัญชีประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมการลงทุนท้ายประกาศทั้งนี้ สำหรับกลุ่มธุรกิจบริการที่ใช้ฐานความรู้เป็นปัจจัยหลักในการดำเนินธุรกิจ ให้พิจารณาเงินลงทุนขั้นต่ำจากเงินเดือนบุคลากรต่อปี

สำหรับผู้ประกอกบการ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำของแต่ละโครงการไม่น้อยกว่า 500,000 บาท (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน)

  1. ต้องมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจดทะเบียนไม่เกิน3ต่อ1สำหรับโครงการริเริ่ม ส่วนโครงการขยายจะพิจารณาตามความเหมาะสมเป็นรายกรณี
  2. โครงการที่มีเงินลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) มากกว่า 750 ล้านบาท ต้องเสนอรายงานการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการตามที่คณะกรรมการกำหนด

หลักเกณฑ์การอนุมัติโครงการกรณีผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

1. เพื่อเพิ่มศักยภาพและสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน คณะกรรมการส่งสริมการลงทุนจึงได้ออกมาตรการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ 2/2561 โดยผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนต้องมีคุณสมบัติดังนี้

1.1 เป็น SMEsไทย

นิยามการเป็น SMEsไทย ตามมาตรการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

- ต้องมีบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน

- เมื่อรวมกิจการทั้งหมดทั้งที่ได้รับการส่งเสริมและไม่ได้รับการส่งเสริมแล้ว ผู้ขอรับการส่งเสริมต้องมีสินทรัพย์ถาวรสุทธิหรือเงินลงทุนไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียนไม่เกิน 200 ล้านบาท

1.2 ต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำของแต่ละโครงการไม่น้อยกว่า 500,000 บาท (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน)

1.3 ต้องมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 3 ต่อ 1

1.4 อนุญาตให้นำเครื่องจักรใช้แล้วในประเทศมาใช้ในโครงการที่ขอรับการส่งเสริมได้มีมูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท โดยจะคำนวณราคาเครื่องจักรใช้แล้วในประเทศโดยใช้มูลค่าตามบัญชี และต้องลงทุนใหม่ในเครื่องจักรหลักเป็นสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าเครื่องจักรที่ใช้ในโครงการ

1.5  สำหรับคำขอรับการส่งเสริมที่ยื่นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2562

1.6  กิจการที่จะขอรับการส่งเสริมต้องเป็น ประเภทกิจการในกลุ่ม A และ B1 ของบัญชีท้ายประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ 2/2557 ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2557

2. สำหรับประเภทกิจการ 1.2 และ 7.23.1 ให้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขกิจการ ดังนี้

ประเภทกิจการเงื่อนไข
  1. 2 กิจการปรับปรุงพันธุ์พืชหรือสัตว์ (ที่ไม่เข้าข่ายกิจการเทคโนโลยีชีวภาพ)

 

  1. รายได้จากการขยายพันธุ์พืช อันเกิดจากการปรับปรุงพันธุ์พืชในกิจการที่ได้รับการส่งเสริมถือเป็นรายได้ที่ได้รับการส่งเสริม ทั้งนี้ไม่รวมถึงการขยายพันธุ์มันสำปะหลัง
  2. หากตั้งอยู่ในเขตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ได้รับการส่งเสริมหรือได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ให้ได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิร้อยละ 50 เป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่กำหนดระยะเวลาการยกเว้นภาษี เงินได้นิติบุคคลสิ้นสุดลง
        7.23.1 กิจการโรงแรม
  1. ต้องมีจำนวนห้องพักไม่น้อยกว่า 20 ห้อง และต้องมีเงินลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) ไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาทต่อห้อง
  2. ต้องตั้งสถานประกอบการในเขตส่งเสริมการลงทุน เฉพาะพื้นที่ 20 จังหวัด

3. สิทธิประโยชน์

3.1 ให้ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร

3.2 ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับประเภทกิจการในกลุ่ม A เป็นสัดส่วน ร้อยละ 200 ของเงินลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน)

3.3 สิทธิและประโยชน์อื่นให้ได้รับตามหลักเกณฑ์ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ 2/2557 ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2557

ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติในการขอรับการส่งเสริมการลงทุน

  • จัดทำและส่งแบบฟอร์มใบสมัครลงทุนของ BOI
  • ติดต่อเจ้าหน้าที่ BOI ภายใน 10 วันหลังจากที่ได้รับการยื่นคำร้องเพื่อนัดสัมภาษณ์และสัมภาษณ์
  • การประเมินโครงการโดย BOI

-  มูลค่าการลงทุนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 200 ล้านบาทที่ BOI จะพิจารณาภายใน 40 วันทำการหลังจากยื่นเอกสารครบถ้วน

-  มูลค่าการลงทุน 200-2,000 ล้านบาทโดยคณะอนุกรรมการพิจารณาภายใน 60 วันทำการหลังจากยื่นเอกสารครบถ้วน

-  ลงทุนมากกว่า 2,000 ล้านบาทโดยคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการภายใน 90 วันทำการหลังจากยื่นเอกสารครบถ้วน

  • ส่งแบบฟอร์มตอบรับการส่งเสริมการขายภายใน1เดือนหลังจากได้รับแจ้งจาก BOI
  • ส่งแบบฟอร์มการจัดตั้ง บริษัท ภายใน 6 เดือนหลังจากได้รับการยอมรับได้รับใบรับรอง การส่งเสริมการลงทุนจาก BOI

จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้นสามารถเห็นได้ว่าสิทธิประโยชน์ที่ได้รับสามารถทำให้ผู้ประกอบการพัฒนาศักยภาพ และสร้างความเข้มแข็งของธุรกิจให้สามารถ เติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs หากท่านผู้ประกอบการต้องการสมัครขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI Certificate) Greenpro KSP Consulting มีทีม BOI ที่มีประสบการณ์ และความรู้เพื่อช่วยในการขอรับใบรับรองจาก BOI และดำเนินการขั้นตอนหลังการขอรับการส่งเสริมอย่างครบวงจร