ข้อมูลที่ใช้จดทะเบียนบริษัท

เมื่อผู้ประกอบการวางแผน หรือพิจารณาแล้วว่าจะทำธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล และต้องการที่จะจดทะเบียนบริษัทจำกัด ข้อมูลและรายละเอียดที่สำคัญที่ผู้ประกอบการ จำเป็นต้องทราบและต้องจัดเตรียมในการจดทะเบียนบริษัทจำกัด มีดังนี้

ข้อมูลจดทะเบียนบริษัท

1. ชื่อของบริษัท

ลูกค้าต้องคิดชื่อ ของบริษัทที่จะจดทะเบียนโดยชื่อบริษัทต้องมีชื่อทั้งภาษาไทย และอังกฤษ โดยลูกค้าสามารถส่งชื่อให้ กรีนโปร เคเอสพี ผ่านทางไลน์ ทางเราจะทำการจองชื่อกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในระบบออนไลน์ โดยถ้าหากว่าชื่อที่ลูกค้าส่งมาให้จองนั้นไปซ้ำกับชื่อของบริษัทอื่นที่จดทะเบียนบริษัทไปแล้ว ทางระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็จะไม่อนุมัติ ลูกค้าต้องคิดชื่อขึ้นมาใหม่ ทางที่ปรึกษาแนะนำว่า ลูกค้าอาจคิดชื่อสำรองไว้สัก 2-3 ชื่อก็ได้

2. ที่ตั้งกิจการ

ในการจดทะเบียนบริษัทจำกัด ต้องมีสถานที่ตั้งเพื่อจดทะเบียนกับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัทที่จะจดทะเบียนอาจจะมีสถานที่ตั้งที่เดียวที่เป็นสำนักงานใหญ่ หรืออาจมีสำนักงานสาขาด้วยก็ได้ ซึ่งถ้ามีสำนักงานสาขาก็ต้องจดแจ้งกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตอนจดทะเบียนบริษัท โดยในการดำเนินการจดทะเบียนบริษัท ต้องมีสำเนาทะเบียนบ้านที่ตั้งกิจการ ทั้งสำนักงานใหญ่ และสำนักงานสาขา (ถ้ามี)

3. อีเมล เบอร์โทรศัพท์ เว็บไซต์

ในการจดทะเบียนบริษัท จำเป็นต้องมีอีเมล์แอดเดรส และเบอร์โทรศัพท์ของบริษัท (ในกรณีที่ไม่มีเบอร์บ้าน สามารถใช้เบอร์มือถือแทนได้) ส่วนเว็บไซต์ของบริษัทที่จะจดทะเบียน ถ้าผู้ประกอบการมีเว็บไซต์ก็แจ้ง URL ของ เว็บไซต์ ยกตัวอย่างเช่น www.greenprokspforsme.com แต่ถ้าผู้ประกอบการไม่มีเว็บไซต์ ก็ไม่เป็นไรกหมายไม่ได้บังคับว่าต้องมี

4. ทุนจดทะเบียนบริษัท

ทุนจดทะเบียนก็คือทุนของกิจการที่จะจดทะเบียนบริษัทมาเพื่อดำเนินธุรกิจ โดยผู้ประกอบการต้องประมาณการว่าในการดำเนินธุรกิจที่จะจดทะเบียนบริษัทจำกัดขึ้นมานั้นต้องการใช้เงินทุนเท่าไร ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วผู้ประกอบการที่จดทะเบียนบริษัท จะจดทะเบียนบริษัทที่ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เพื่อต้องการความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทตนเอง

ราคาหุ้น

ราคาหุ้นของบริษัท กหมายกำหนดไว้ว่ามูลค่าราคาหุ้นต้องไม่ต่ำกว่า 5 บาท ถ้าผู้ประกอบการไม่กำหนดเป็นอย่างอื่นทาง กรีนโปร เคเอสพี จะกำหนดให้ที่ราคา 100 บาท

จำนวนหุ้น

คือทุนจดทะเบียนของบริษัท หารด้วยราคาหุ้นที่กำหนด จะได้จำนวนหุ้นของบริษัทที่จะจดทะเบียน

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท กำหนดราคาหุ้นที่ราคา 100 บาท เพราะฉะนั้นจะได้หุ้นจำนวน 10,000 หุ้น

5. เรียกชำระทุนครั้งแรก

ในตอนจดทะเบียนบริษัทต้องกำหนดทุนที่จะชำระครั้งแรก กหมายกำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 25% หรือผู้ประกอบการจะชำระมากกว่า 25% หรือ 100% ก็ได้)
ทีนี้ผู้ประกอบการอาจสงสัยการชำระทุนคืออะไร ยกตัวอย่างเช่นผู้ประกอบการกำหนดทุนจดทะเบียนของบริษัทที่ 1 ล้านบาท ถ้าผู้ประกอบการระบุว่าต้องการชำระทุนที่ 25% เพราะฉะนั้น 25% ของทุนจดทะเบียนก็คือ 250,000 บาท ดังนั้นเมื่อจัดตั้งบริษัทจำกัดขึ้นมาแล้ว ผู้ประกอบการต้องไปเปิดบัญชีธนาคารของบริษัท และนำเงินทุนฝากเข้าบัญชีธนาคารของบริษัท
โดยเงินทุนในบัญชีธนาคารนี้คือทุนที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทสามารถเบิกถอนมาเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการบริษัทที่จดทะเบียนได้ ยกตัวอย่างเช่น ค่าเช่าออฟฟิศ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ เงินดือน พนักงาน ค่าซื้อสินค้าเพื่อจำหน่าย หรือแม้กระทั่งค่าเดินทางในธุรกิจของบริษัท โดยค่าใช้จ่ายบริษัทต่างนั้นนี้ต้องมีใบเสร็จเป็นชื่อบริษัทมาใช้เป็นหลักฐานในการบันทึกบัญชี เมื่อมีการจ่ายค่าใช้จ่ายออกไป

เงินที่ชำระทุนที่นำเข้าฝากบัญชีธนาคารของบริษัทนั้นสามารถทะยอยนำฝากเข้าบัญชีธนาคารได้ แต่ทั้งนี้ต้องนำเข้าก่อนปิดบัญชีรอบแรกของบริษัท (กหมายกำหนดว่าบริษัทต้องปิดบัญชี รอบแรกภายใน 12 เดือน นับจากจดจัดตั้ง และต้องปิดบัญชีในวันนั้นทุกๆปี ซึ่งโดยส่วนใหญ่ผู้ประกอบการจะนิยมปิดบัญชีวันที่ 31 ธันวาคม เป็นรอบปกติ เพราะในงบการเงินผู้ประกอบการจะเห็นว่าทำธุรกิจมา 1ปี ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคมนั้น มีรายได้เท่าไร มีค่าใช้จ่ายเท่าไร มีผลกำไรสุทธิ หรือขาดทุนสุทธิเท่าไร ซึ่งถ้ามีผลกำไร ตัวเลขผลกำไรสุทธิจะนำมาคำนวณภาษีนิติบุคคล แต่ถ้าผลประกอบการขาดทุนก็ไม่ต้องเสียภาษี

เพื่อให้เห็นภาพและเข้าใจได้ง่ายขึ้น ที่ปรึกษาขอยกตัวอย่างดังนี้

ผู้ประกอบการจดทะเบียนบริษัทในวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 กหมายกำหนดไว้ว่าผู้ประกอบการต้องปิดบัญชีรอบแรกภายใน 12 เดือนนับจากจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ดังนั้นผู้ประกอบการสามารถปิดบัญชีรอบแรกได้ภายในวันที่ 30 เมษายน 2563 แต่ด้วยผู้ประกอบการอื่นๆส่วนใหญ่จะปิดงบการเงินในวันที่ 31 ธันวาคม ซึ่งผู้ประกอบการก็สามารถปิดบัญชีภายใน 31 ธันวาคม 2562 ได้ โดยในรอบแรก งบการเงินจะแสดงผลประกอบการตั้งแต่จัดตั้งคือ 1 พฤษภาคม ถึง 31 ธันวาคม 2562 เป็นจำนวนแค่ 8 เดือน แต่ในปีต่อๆไป งบการเงินของกิจการจะแสดงผลประกอบการเต็ม 12 เดือนตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม ของทุกปี
มีข้อที่ผู้ประกอบการควรทราบ ระหว่างทุนจดทะเบียน และรายได้ของบริษัท ทุนจดทะเบียนคือส่วนของเจ้าของก็คือผู้ถือหุ้นที่นำมาลงทุนในบริษัทเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการ ส่วนรายได้ที่ได้จากการขายสินค้าและบริการ โดยลูกค้าของผู้ประกอบการโอนเข้าบัญชีของบริษัทเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ เงินจำนวนนี้ไม่ได้ถือเป็นทุน จะนำมานับในการชำระทุนของบริษัทไม่ได้

6. ข้อมูลของผู้ก่อการอย่างน้อย 3 คน

ในการจดทะเบียนบริษัทจำกัด กหมายกำหนดไว้ว่าต้องมีผู้ก่อการนั่นก็คือผู้ถือหุ้นของบริษัทอย่างน้อย 3 คนจึงจะจดทะเบียนบริษัทได้ ซึ่งข้อมูลของผู้ก่อการหรือผู้ถือหุ้นของบริษัท จะประกอบไปด้วย
– ชี่อ-นามสกุลของผู้ถือหุ้น
– อาชีพของผู้ถือหุ้น
– เบอร์โทรของผู้ถือหุ้น
– จำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละคนถือในบริษัท

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนในการถือหุ้นของบริษัทได้ดังนี้

ถ้าทุนจดทะเบียนของบริษัท 1 ล้านบาท กำหนดราคาหุ้นที่ราคา 100 บาท เพราะฉะนั้นจะได้หุ้นจำนวน 10,000 หุ้น
มีผู้ถือหุ้น 3 คนดังนี้
– ผู้ถือหุ้นคนที่ 1 นายเอ ถือหุ้น 50% ดังนั้น นายเอ ถือหุ้นเป็นจำนวน 5,000 หุ้น
– ผู้ถือหุ้นคนที่ 2 นายบี ถือหุ้น 30% ดังนั้น นายบี ถือหุ้นเป็นจำนวน 3,000 หุ้น
– ผู้ถือหุ้นนายซี ถือหุ้น 20% ดังนั้น นายซี ถือหุ้นเป็นจำนวน 2,000 หุ้น
จะเห็นว่าผู้ถือหุ้นทุกคนถือหุ้นรวมกันแล้ว 100 % เป็นจำนวน 10,000 หุ้น ซึ่งทั้งนี้สัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละท่านจะถือในบริษัทที่จะจดทะเบียนนั้นแล้วแต่ผู้ก่อการ หรือผู้ถือหุ้นจะตกลงกันว่าใครถือสัดส่วนเท่าไร เป็นจำนวนกี่หุ้น

7. รายชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท

ในการจดทะเบียนบริษัทจำกัด กหมายกำหนดไว้ว่าต้องมีกรรมการอย่างน้อย 1 ท่าน นั่นคือจะมี 1 ท่าน หรือ 2 ท่าน หรือ 3 ท่าน หรือมากกว่าก็ได้ ซึ่งกรรมการจะเป็นตัวแทนในการบริหารกิจการของบริษัท และมีอำนาจในการลงนามในธุรกรรมซึ่งมีผลผูกพันทางกหมายกับบริษัทที่จะจดทะเบียนจัดตั้ง
เมื่อกล่าวถึงกรรมการแล้วทีนี้เราจะมากล่าวถึงเงื่อนไขการลงนามของกรรมการ ในการจดทะเบียนบริษัทจำกัด ผู้ประกอบการสามารถกำหนดเงื่อนไขการลงนามกรรมการได้หลายรูปแบบ ตามที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทที่จะจดทะเบียนตกลงกัน
ยกตัวอย่างเช่น มีผู้ถือหุ้น 3 ราย คือนายเอ นายบี และนายซี ดังนั้นอาจกำหนดเงื่อนไขการลงนามของกรรมการได้ดังนี้

กรรมการ 1 คนลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท (นั่นคือมีกรรมการ 3 คน จะเป็นนายเอ หรือ นายบี หรือนายซี คนใดคนหนึ่งก็สามารถลงนามทำธุรกรรมซึ่งมีผลผูกพันทางกหมายกับบริษัทได้โดยลำพัง)
กรรมการ 2 คนลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท (ถ้ามีกรรมการ 3 คน คือนายเอ นายบี และนายซี นั่นคือต้องมีกรรมการ 2 คนใน 3 คน ลงนามร่วมกันในการทำธุรกรรม จึงจะมีผลผูกพันทางกหมายกับบริษัทที่จะจัดตั้ง เช่นนายเอ ลงนามร่วมกับนาย บี หรือ นายเอ ลงนามร่วมกับนายซี หรือนายบี ร่วมกับนายซี)
กรรมการ 3 คนลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท (นั่นก็คือมีกรรมการ 3 คน โดยกรรมการทั้ง 3 คน คือนายเอ นายบี และนายซี ต้องลงนามร่วมกันเมื่อไปทำธุรกรรมจึงจะมีผลผูกพันทางกหมายกับบริษัทที่จะจัดตั้ง)
– หรืออาจจะมีกรรมการท่านเดียว ยกตัวอย่างผู้ถือหุ้นมอบหมายให้นายเอ เป็นกรรมการท่านเดียวเงื่อนไขการลงนามจึงเป็น นายเอลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท กล่าวคือนายเอเป็นผู้เดียวที่สามารถลงนามทำธุรกรรมซึ่งมีผลผูกพันทางกฎหมายกับบริษัทที่จะจดทะเบียนได้

8. วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งบริษัทเพื่อธุรกิจ

ทางผู้ประกอบการต้องคิดว่าจุดประสงค์ในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดนี้ขึ้นมานั้น มีจุดประสงค์เพื่อทำธุรกิจอะไร ผู้ประกอบการก็สามารถเขียนวัตถุประสงค์ที่ต้องการทำได้เลย โดยบริษัทที่จะจดทะเบียนสามารถดำเนินธุรกิจได้หลายวัตถุประสงค์ เบื้องต้นทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้านั้นมีวัตถุประสงค์มาตรฐานอยู่แล้ว คือ แบบ ว.1 เป็นธุรกิจ พานิชยกรรม แบบ ว.2 เป็นธุรกิจบริการ ซึ่งทางที่ปรึกษาจะเลือกแบบวัตถุประสงค์มาตรฐานที่ตรงกับธุรกิจลูกค้ามากที่สุด แต่ทั้งนี้ถ้าวัตถุประสงค์ของลูกค้าไม่ตรงและไม่มีในแบบ ว. มาตรฐานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทางที่ปรึกษาจะเขียนวัตถุประสงค์เพิ่มเติมให้แก่ลูกค้าตามกิจการนั้นๆ ที่ลูกค้าต้องการทำ

กรีนโปร เคเอสพี ได้อธิบายข้อมูลและรายละเอียดที่สำคัญที่ใช้ในการจดทะเบียนบริษัท ซึ่งน่าจะทำให้ผู้ประกอบการหรือผู้สนใจที่จะจัดตั้งบริษัทเข้าใจมากขึ้น แต่ถ้าท่านผู้ประกอบการยังมีข้อสงสัยและต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ กรีนโปร เคเอสพี คอนซัลติ้ง ผู้ให้บริการรับจดทะเบียนบริษัทจำกัด โดยทีมงานที่มีประสบการณ์ และมีความชำนาญ เรายินดีให้คำปรึกษาและรับจดทะเบียนบริษัทจำกัด เราสามารถช่วยให้การจดทะเบียนบริษัทจำกัด ของท่านเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฏหมาย และรวดเร็ว ด้วยราคาที่ย่อมเยา

สนใจติดต่อกรีนโปร เคเอสพี คอนซัลติ้ง เบอร์โทร 02 210 0281, 02 210 0282
มือถือ: 094 864 9799, 084 360 4656
ไลน์ไอดี @greenproksp หรือ สแกนคิวอาร์โค้ด

line official