รับจดทะเบียนสมาคม

รับจดทะเบียนสมาคม

สมาคมเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มบุคคล โดยต้องมีสมาชิกอย่างน้อย 10 คนขึ้นไป เพื่อทำการใดๆ เป็นการต่อเนื่องร่วมกัน โดยไม่ใช่เป็นการแสวงหากำไร หรือรายได้มาแบ่งกัน ซึ่งรายได้ของสมาคมจะมาจาก ค่าลงทะเบียน ค่าสมาชิกรายปี และรายได้จากการจัดกิจกรรมของสมาคม เพื่อใช้จ่ายในกิจการตามวัตถุประสงค์ของสมาคม ซึ่งสมาคมต้องมีเป้าหมาย วัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการจัดตั้งสมาคมขึ้นมา  โดยหากวัตถุประสงค์ของสมาคมเกี่ยวกับเรื่องวัฒนธรรมต้องมีใบอนุญาตจากสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ หรือ วัตถุประสงค์เกี่ยวกับกีฬาต้องมีหน้งสืออนุญาตจากการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ วัตถุประสงค์เกี่ยวกับศาสนาต้องมีหนังสือรับรองสนับสนุนจากกรมศาสนา  หรือถ้าวัตถุประสงค์เป็นเรื่องอื่นๆ ต้องมีหนังสือรับรองสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นๆ
กิจการใดของสมาคมที่ต้องทำนิติสัมพันธ์ หรือติดต่อบุคคลภายนอกต้องทำโดยคณะกรรมการสมาคม ในฐานะผู้แทนสมาคม ถ้าติดต่อกับสมาชิกของสมาคมเท่านั้นจะไม่ไม่ผลผูกพันตามกฏหมายแต่อย่างใด โดยการตั้งกรรมการใหม่ทั้งชุดหรือการเปลี่ยนแปลงกรรมการบางคน ต้องทำตามข้อบังคับของสมาคมที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น และต้องจดทะเบียนกับนายทะเบียนจึงจะมีผลสมบูรณ์ตามกฏหมาย
สมาชิกมีสิทธิตรวจตรากิจการของสมาคมและมีอำนาจเรียกประชุมใหญ่ได้  แต่ต้องมีเหตุผลสมควรดังนั้นสมาชิกจะเรียกประชุมใหญ่วิสามัญได้ ต้องมีอย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 กรณีนี้คือ 1. มีจำนวนสมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของสมาชิกทั้งหมด หรือ 2. มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคน หรือ 3. มีจำนวนไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในข้อบังคับสมาคม โดยเมื่อได้จำนวนสมาชิกครบแล้วต้องทำเรื่องเป็นหนังสือร้องขอต่อกรรมการสมาคม และคณะกรรมการสมาคมต้องเรียกประชุมและจัดให้มีประชุมใหญ่ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับการร้องขอ โดยต้องส่งเป็นหนังสือนัดประชุมไปยังสมาชิกทุกคนหรือลงประกาศหนังสือพิมพ์ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ล่วงหน้า 7 วันก่อนวันนัดประชุม
คณะกรรมการมีหน้าที่ต้องจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมทุกปี โดยจะระบุวันเดือนใดของปีก็ได้
การยื่นคำร้องขอจัดตั้งสมาคม ในกรุงเทพมหานคร ยื่นขอจัดตั้งที่สำนักงานเขตแต่ละเขตที่สมาคมจัดตั้งอยู่ ในต่างจังหวัด ยื่นที่ว่าการอำเภอ หรือที่ทำการปกครองจังหวัด

รายละเอียดการรับจดทะเบียนสมาคม

  1. ต้องมีการจัดประชุมเพื่อก่อตั้งสมาคม โดยต้องมีผู้เป็นสมาชิกอย่างน้อย 3 คนขึ้นไปร่วมกันยื่นคำขอจัดตั้งสมาคม (ระบุชื่อในคำขอจดทะเบียน)
  2. ต้องมีการจัดทำข้อบังคับของสมาคม โดยข้อบังคับต้องไม่แตกต่างไปจากบทกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ และต้องร่างขึ้นก่อนขอจัดตั้งสมาคม โดยจะร่างข้อบังคับภายหลังที่จัดตั้งสมาคมแล้วไม่ได้
  3. ต้องมีการกำหนดสถานที่ตั้งของสมาคม สำนักงานใหญ่ หรือสาขา (ถ้ามี)
  4. ต้องมีการแต่งตั้งและกำหนดตำหน่งกรรมการสมาคม เช่น นายกสมาคม อุปนายก สมาคม เหรัญญิก ปฎิคม นายทะเบียนประชาสัมพันธ์ และเลขานุการเป็นต้น

เอกสารเบื้องต้นในการรับจดทะเบียนสมาคม

  1. ข้อบังคับของสมาคม
  2. รายชื่อ ที่อยู่ และอาชีพของผู้ที่จะเป็นสมาชิกสมาคม ไม่น้อยกว่าสิบคน
  3. รายชื่อ ที่อยู่ และอาชีพของผู้ที่จะเป็นกรรมการของสมาคม
  4. รายงานการประชุมในการจัดตั้งสมาคม
  5. หนังสืออนุญาตให้ใช้สถานที่ในการจัดตั้งสมาคม ทั้งสำนักงานใหญ่/สาขา
  6. แผนที่ตั้งโดยสังเขปของสมาคมโดย ต้องระบุ เลขที่ ถนน แขวง เขต จังหวัดให้ชัดเจน
  7. บัญชี รายชื่อ ที่อยู่ และอาชีพของผู้ที่เป็นสมาชิก (ไม่น้อยกว่า 10 คน)
  8. บัญชี รายชื่อ ที่อยู่ และอาชีพของผู้ที่จะเป็นกรรมการ ของสมาคมทุกคน
  9. สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน ของสมาชิกและกรรมการทุกคน
  10. แบบคำรับรองของบุคคลผู้จะมาเป็นกรรมการสมาคม โดยกรณี เป็นบุคคลต่างด้าว ต้องส่งข้อมูลบุคคลไปตรวจสอบประวัติฐานะและความประพฤติ ณ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ และสถานทูตของประเทศที่บุคคลนั้นถือสัญชาติอยู่

รับจดทะเบียนสมาคมการค้า

สมาคมการค้า คือ สถาบันที่บุคคลหลายคน ซึ่งทำธุรกิจทางการค้าหรือ อุตสาหกรรม หรือการเงิน หรือทางการประมง หรือทางเกษตรกรรม หรือธุรกิจด้านอื่นๆ ร่วมกันทำการจัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมกันในการประกอบวิสาหกิจ ซึ่งไม่เป็นการแสวงหาผลกำไรหรือนำรายได้แบ่งปันกัน  โดยสมาชิกของสมาคมการค้า สามารถทำเรื่องยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อสมาคมการค้า ในการขอตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของสมาคมได้

รายละเอียดการรับจดทะเบียนสมาคมการค้า

  1. ชื่อของสมาคมต้องเป็นอักษรภาษาไทย แต่จะมีอักษรภาษาต่างประเทศด้วยก็ได้ และต้องมีป้ายชื่อสมาคมซึ่งเห็นได้ชัดเจนติดไว้ที่สำนักงานที่ตั้งสมาคม
  2. ต้องมีผู้เริ่มก่อการจัดตั้งสมาคมอย่างน้อย 3 คน ร่วมกันจัดตั้งสมาคมการค้า โดยทั้งนี้ต้องเป็นบุคคลธรรมดาและเป็นผู้ประกอบวิสาหกิจประเภทเดียวกัน หรือ วิสาหกิจที่เกี่ยวข้องกัน และมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจประเภทเดียวกันนั้น
  3. สมาคมการค้าต้องมีข้อบังคับของสมาคม ซึ่งต้องมี ชื่อสมาคม วัตถุประสงค์ ที่ตั้งสำนักงาน วิธีรับสมาชิก สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก และการให้ออกจากสมาชิก การดำเนินกิจการของสมาคมการค้า การตั้งกรรมการ การออกจากตำแหน่งของกรรมการ การประชุมของกรรมการ และการประชุมใหญ่
  4. สมาคมการค้าต้องมีคณะกรรมการทำหน้าที่ดำเนินกิจการและเป็นผู้แทนของสมาคมการค้าในการทำกิจการกับบุคคลภายนอก โดยทั้งนี้คณะกรรมการจะมอบหมายให้กรรมการคนเดียวหรือหลายคนเป็นผู้ทำการแทนก็ได้

เอกสารเบื้องต้นในการรับจดทะเบียนสมาคมการค้า

  1. แบบคำขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้า
  2. รายการขออนุญาตและจดทะเบียน
  3. ข้อบังคับของสมาคมการค้า
  4. หนังสือรับรองความประพฤติของผู้เริ่มก่อการในการจัดตั้ง สมาคม
  5. สำเนาหนังสือแสดงสิทธิการใช้สถานที่จัดตั้ง ได้แก่หนังสือยินยอมใช้สถานที่ สัญญาเช่า
  6. หลักฐานการเป็นผู้ประกอบวิสาหกิจของผู้เริ่มก่อการจัดตั้งสมาคม ได้แก่หนังสือรับรองการจัดตั้งบริษัท
  7. แผนที่แสดงที่ตั้งสมาคม
  8. รูปถ่ายสมาคม
  9. หนังสือมอบอำนาจ

โดยสมาคมการค้าที่ได้รับการจัดตั้งจะมีฐานะเป็นนิติบุคคลและมีสิทธิ และหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามที่พระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ.2509 และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะทำการลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

หน้าที่ของสมาคมการค้า

  1. สมาคมการค้าต้องจัดทำทะเบียนสมาชิกเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานของสมาคม และส่งมอบสำเนาทะเบียนสมาชิกให้แก่นายทะเบียนสมาคมการค้าภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งสมาคมการค้า โดย เมื่อสมาคมมีสมาชิกใหม่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับทะเบียนสมาชิก สมาคมการค้าต้องส่งสำเนาทะเบียนสมาชิกใหม่ให้แก่ นายทะเบียนสมาคมการค้า ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รับสมาชิกใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลง
  2. สมาคมการค้าต้องมีการจัดประชุม เพื่อทำการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดแรก เพื่อดำเนินกิจการและเป็นตัวแทนของสมาคม ในการทำกิจการที่กี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก โดยเมื่อทำการเลือกตั้งคณะกรรมการสมาคมแล้ว ต้องดำเนินการไปยื่นจดทะเบียน ต่อนายทะเบียนสมาคมภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เลือกตั้งคณะกรรมการ
  3. ในกรณีที่มีการเลือกตั้งหรือเปลี่ยนตัวกรรมการใหม่ จะต้องนำไปจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับแต่วันตั้งหรือเปลี่ยนตัวกรรมการใหม่
  4. ในกรณีที่มีการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับของสมาคม จะต้องนำไปยื่นจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายใน 30 วัน ทั้งนี้นับแต่วันที่ประชุมใหญ่ลงมติให้แก้ไขข้อบังคับของสมาคม
  5. สมาคมต้องดำเนินการจัดทำงบดุลอย่างน้อยจำนวนหนึ่งครั้งทุกรอบระยะเวลาสิบสองเดือน ซึ่งจะถือว่าเป็นรอบปีในทางบัญชี ซึ่งต้องทำการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชี และนำงบที่ตรวจสอบแล้วแล้วเสนอเพื่ออนุมัติต่อที่ประชุมใหญ่ภายใน 120 วัน นับแต่วันที่สิ้นปีทางบัญชี
  6. สมาคมต้องดำเนินการจัดทำรายงานประจำปีเพื่อแสดงผลการดำเนินกิจการเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ในคราวที่เสนองบดุล และจัดส่งสำเนารายงานกับงบดุลไปยังนายทะเบียนภายใน 30 วันทั้งนี้นับแต่วันที่มีการประชุมใหญ่
  7. ในกรณีที่มีการเลิกสมาคมการค้า สมาคมจะต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เกิดมีเหตุที่ทำให้เลิก