บัญชีสำหรับธุรกิจออนไลน์

บัญชีสำหรับธุรกิจออนไลน์

ช่วงนี้มีธุรกิจที่ขายสินค้าและบริการออนไลน์มาจดทะเบียน และทำบัญชีกันมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะกฏหมายเรื่องธนาคารต้องรายงานการเดินบัญชีของลูกค้าไปยังสรรพากร ถ้าเข้าเงื่อนไขตามข้อกำหนด ดังนี้

เงื่อนไขที่ทำให้บุคคลธรรมดามาเป็นนิติบุคคล

1. รายการเงินเข้าเกิน 3,000 ครั้งต่อปี โดยไม่ดูจำนวนเงิน
2. รายการเงินเข้าเกิน 400 ครั้งต่อปี และ ยอดเงินเกิน 2 ล้านบาท

เงื่อนไขนี้ทำให้ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการออนไลน์ส่วนใหญ่ที่เคยทำธุรกิจในนามบุคคลธรรมดา เปลี่ยนมาจดทะเบียนในรูปแบบของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด กันมากขึ้นซึ่งได้ประโยชน์ในต่างๆ หลายด้าน (ในโอกาสหน้า มาแชร์ให้ฟัง)
พอผู้ประกอบการเป็นรูปนิติบุคคลแล้ว ก็มีสิ่งที่ควรระมัดระวังหลายเรื่อง วันนี้เราจะมาคุยกันว่าธุรกิจเราขายสินค้าแล้วมีการเรียกเก็บค่าขนส่งจากลูกค้า ค่าขนส่งนี้ต้องถือเป็นรายได้เราไหมและต้องรวมในการเสียภาษีขายหรือไม่

ตามหลักการของการทำธุรกิจ การขายสินค้าเราจำเป็นต้องทำหน้าที่ส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าซึ่งปกติเราจะบวกต้นทุนค่าขนส่งเข้าไปในราคาสินค้าอยู่แล้วในการกำหนดโครงสร้างราคาขายที่เราขายให้กับลูกค้า อีกทั้งผู้ประกอบการที่ขายสินค้าออนไลน์ไม่ได้จดทะเบียนเป็นธุรกิจขนส่งอีกด้วย ดังนั้นค่าขนส่งต้องถือเป็นส่วนหนึ่งของรายได้จากการขายสินค้า ไม่ว่าจะรวม หรือแยกค่าขนส่งออกมาในใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี และต้องนำตัวเลขทั้ง 2 ยอดนี้มารวมในการคำนวณภาษีขายด้วย
ส่วนค่าขนส่งที่เราจ่ายค่าบริการนี้ให้กับทางบริษัทต่างๆ เช่น ไปรษณีย์ไทย หรือ Kerry เราก็สามารถบันทึกบัญชีเป็นต้นทุนการขนส่งได้และขอภาษีซื้อได้เช่นกัน เราไปดูการลงบันทึกบัญชี ทั้งด้านรายได้และค่าขนส่งกัน

ตัวอย่างการบันทึกบัญชีธุรกิจขายสินค้าออนไลน์

สมมุติ ขายสินค้าราคา 100 บาท มีค่าขนส่ง 40 บาท (ภาษีขายรวมอยู่ในราคาสินค้าแล้ว) และจ่ายค่าขนส่งให้ Kerry 30 บาท ดังนี้ การบันทึกบัญชีจะเป็นดังนี้

ตอนขายสินค้า
Dr. เงินสด 140 (100+40)
Cr. ขายสินค้า 130.84 (140×100/107)
ภาษีขาย 9.16 (140×7/107)

ตอนจ่ายค่าขนส่งสินค้า
Dr. ค่าขนส่ง 30
Cr. เงินสด 30

About the author: Greenpro KSP