การเลิกห้างหุ้นส่วน

การเลิกกิจการห้างหุ้นส่วน

การจดทะเบียนเลิกกิจการห้างหุ้นส่วน

เมื่อการจัดตั้งและการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนผูกโยงกับ “ความเป็นหุ้นส่วน” ดังนั้นโดยหลักกฎหมายจึงกำหนดเหตุเฉพาะตัวของหุ้นส่วน ดังนี้

  1. ความประสงค์ของหุ้นส่วนแม้เพียงคนเดียวที่จะเลิกห้างหุ้นส่วน
  2. เมื่อหุ้นส่วนคนหนึ่งตาย ล้มละลาย หรือกลายเป็นผู้ไร้ความสามารถอย่างไรก็ดี เว้นแต่จะมีข้อตกลงระหว่างกันในสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนให้ห้างหุ้นส่วนไม่เลิกกันแม้มีเหตุดังกล่างก็ย่อมได้

ห้างหุ้นส่วนเลิกเพราะมีเหตุ

  1. เฉพาะตัวของหุ้นส่วน
  2. ตามที่ได้มีข้อตกลงกัน
  3. ร้องขอให้ศาลสั่งให้เลิกห้างหุ้นส่วน
  4. ศาลสั่งให้ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลล้มละลาย

การเลิกห้างหุ้นส่วนเพราะได้มีข้อตกลงกันไว้แต่ต้น

  1. เมื่อสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนได้กำหนดเหตุที่จะเลิกกันได้ เช่น ตกลงว่าหากห้างหุ้นส่วนไม่มีกำไรในระยะเวลา 2 ปี ให้เลิกห้างหุ้นส่วนหรือเมื่อหุ้นส่วนคนสำคัญลาออก
  2. เมื่อสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนกำหนดอายุของห้างหุ้นส่วนไว้อย่างชัดเจน ก็ให้ห้างหุ้นส่วนเลิกกันเมื่อครบกำหนดนั้น เช่น กำหนดให้ห้างหุ้นส่วนมีอายุ 5 ปี นับตั้งแต่จัดตั้งเมื่อครบกำหนด 5 ปี ห้างหุ้นส่วนก็เลิกกัน
  3. เมื่อสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนกำหนดไว้เฉพาะเจาะจงว่าห้างหุ้นส่วนถูกตั้งขึ้นเพื่อดำเนินกิจการหนึ่งเท่านั้น เช่น จัดตั้งห้างหุ้นส่วนเพื่อสร้างสะพาน หรืออาคารหนึ่ง เมื่อการสร้างสะพานหรืออาคารนั้นได้สำเร็จลงห้างหุ้นส่วนก็เลิกกัน

นอกจากนี้ห้างหุ้นส่วนอาจะเลิกกันเพราะ “ศาลสั่งให้เลิกห้างหุ้นส่วน” เมื่อมีหุ้นส่วนคนหนึ่งร้องขอต่อศาลให้เลิกกัน เพราะเหตุดังต่อไปนี้

  1. หุ้นส่วนคนหนึ่งผิดข้อสัญญาซึ่งเป็นสาระสำคัญ เช่น ตกลงให้หุ้นส่วนต้องดำเนินงานด้วยตนเองเท่านั้น แต่หุ้นส่วนกลับว่าจ้างบุคคลอื่นมาดำเนินงานแทน
  2. การดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนมีแต่ขาดทุนและยากที่จะฟื้นตัวได้
  3. เหตุอื่นๆ ที่ห้างหุ้นส่วนไม่อาจจะดำเนินงานต่อไปได้ เช่น หุ้นส่วนทะเลาะเบาะแว้งกันจนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้

ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนต้องเลิกเมื่อศาลพิพากษาให้ห้างหุ้นส่วนนั้นล้มละลาย

การชำระบัญชีหลังเลิกห้างหุ้นส่วน

เมื่อห้างหุ้นส่วนเลิกกันก็ต้องชำระบัญชีเพื่อให้มีการจัดการทรัพย์สิน ชำระหนี้สินของห้างหุ้นส่วนและคืนส่วนลงทุนตลอดจนกำไรต่างๆ ตามสัดส่วนของการลงทุน ตามลำดับดังนี้

  1. ชำระหนี้สินของห้างหุ้นส่วนที่ค้างชำระกับบุคคฃภายนอก
  2. ชำระเงินทดลองและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่หุ้นส่วนได้ออกไปเพื่อจัดการห้างหุ้นส่วน
  3. คืนทุนให้แก่หุ้นส่วนแต่ละคนตามสัดส่วน และหากมีทรัพย์สินเหลือก็แจกจ่ายให้แก่หุ้นส่วนเป็นกำไรตามสัดส่วนการลงหุ้นหรือตามที่ได้ตกลงกัน แต่หากห้างหุ้นส่วนมีทรัพย์สินไม่เพียงพอชำระหนี้ก็ให้หุ้นส่วนทั้งหลายเฉลี่ยขาดทุนนั้นตามสัดส่วนการบวหุ้นหรือตามที่ได้ตกลงกัน

ทั้งนี้ ในกรณีของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนจะมีขั้นการชำระบัญชีตามที่กฎหมายกำหนด (ในขณะที่ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนอาจตกลงจัดการทรัพย์สินด้วยวิธีอื่นแทนการชำระบัญชีตามรูปแบบที่กฎหมายกำหนดก็ได้) โดยหุ้นส่วนผู้จัดการเป็น “ผู้ชำระบัญชี” เว้นแต่จะมีข้อตกลงเป็นอย่างอื่น ต้องดำเนินการดังนี้

ภายใน 14 วัน

  • ประกาศโฆษณาหนังสือพิมพ์
  • ส่งจดหมายแจ้งเจ้าหนี้
  • จดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วน
  • โดยเร็ว

  • จัดทำงบการเงิน ณ วันเลิกห้างหุ้นส่วน
  • ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและลงความเห็นว่าถูกต้อง
  • จดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วน
  • ที่ประชุมหุ้นส่วน

  • ลงมติยืนยันตัวผู้ชำระบัญชี
  • อนุมัติงบการเงิน ณ วันเลิกห้างหุ้นส่วน
  • ผู้ชำระบัญชี

  • สะสางหนี้สิน ค่าใช้จ่าย
  • แบ่งคืนทุนให้แก่หุ้นส่วน
  • เรียกประชุมหุ้นส่วน
  • ที่ประชุมหุ้นส่วน

  • ลงมติอนุมัติการชำระบัญชี
  • ภายใน 14 วัน

  • จัดทำคำขอจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี
  • คะแนนการให้บริการ

    About the author: Greenpro KSP